คำถามพบบ่อย

คลิกที่รายชื่อหมวดคำถามด้านล่าง เพื่อค้นหาคำตอบของคำถามที่คุณสงสัย

 

เกี่ยวกับการสั่งซื้อสินค้า

 

 

การจัดส่งสินค้า

 

 

ผู้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจ

 

 

เกี่ยวกับสินค้า มอก.

 

เกี่ยวกับการสั่งซื้อสินค้า

ถาม :
เปิดร้านอยู่แล้วสามารถสั่งซื้อสินค้ากับร้านเราได้ไหม? ลูกค้าต่างจังหวัดสั่งขั้นต่ำ เท่าไหร่
ตอบ :
1. สำหรับ ลูกค้าต่างจังหวัดสั่งขั้นต่ำ 8000 เลือกสินค้าใน website ได้เลยค่ะ เนื่องจากเราต้องแพ็กสินค้าแล้วก็ไปส่งให้ที่ บริษัทขนส่งเอกชน ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ แถวพุทธมณฑล แต่สำหรับลูกค้าที่ต้องการแบบจัดส่งฟรี ก็สั่งขั้นต่ำ 20000 บาท (ไม่รวม พลาสติก เครื่องแก้ว น้ำยาต่างๆ ไม้แขวนเสื้อ จานชาม และกระดาษทิชชู ) โดยให้ลูกค้าเก็บใบเสร็จค่าจัดส่งไว้ แล้วนำมาหักคืนในครั้งต่อไปค่ะ)
2. สำหรับลูกค้าที่อยู่ใน กทม. บางเขต และจังหวัดใกล้เคียงบางส่วนอาจจะส่งกับขนส่งเอกชนไม่ได้ค่ะเนื่องจากไม่มีบริษัทขนส่งขนเอกชนวิ่งผ่านร้าน แต่ก็สามารถสั่งสินค้าเราได้แล้วก็ให้รถของบริษัทเราเองไปส่งให้ แต่ยอดขั้นต่ำขึ้นอยู่กับระยะทางที่วิ่งไปส่งค่ะ
ถาม :
ทำไมต้องเลือกนพรัตน์ 20
ตอบ :
1. เรามีสินค้าที่หน้าร้านให้ท่านเลือกซื้อกว่า 5000 รายการจริงๆ สามารถเขามาดูสินค้าได้ที่โกดัง
2. ท่านที่เปิดร้านกับเราไม่มีค่าแฟรนไชส์รายปี ลูกค้าตั้งชื่อร้านได้เอง เลือกโทนสีของร้านได้ตามใจ และที่สำคัญเรากล้าให้ท่านเปลี่ยนสินค้าได้ภายใน 1 เดือน เพราะเรามั่นใจว่าสินค้าเราขายได้ทุกชิ้น
3. สินค้าจากเรารับประกันว่าดีที่สุด ท่านสามารถเปรียบเทียบสินค้าจากที่อื่นได้เลย
4. จริงใจกับลูกค้า แนะนำตามความจริงอะไรที่ไม่เหมาะก็บอกลูกค้าตรงๆ ไม่พยายามขายของจนไม่สนใจว่าลูกค้าเราจะเป็นอย่างไร
ถาม :
สั่งสินค้าทำยังไงคะ
ตอบ :
ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าเราได้ที่ หน้าร้านโดยมีขั้นต่ำ แค่100 ชิ้นคละกันได้หรือจะสั่งสินค้าใน website เราก็ได้ โดยเข้าไปสมัครสมาชิก(ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ)แล้วก็สั่งสินค้าได้เลย โดยมีวิธีการสั่งซื้อแสดงเป็นตัวอย่างไว้ใน website แล้วค่ะ หรือ ลูกค้าที่ต้องการให้เราจัดสินค้าให้เลยไม่ต้องเลือกเองก็ขั้นต่ำ 50000 บาท (มีประกันให้ 1 เดือน สามารถเปลี่ยนสิค้าได้ แต่ถ้าลูกค้าเลือกสินค้าเองจะไม่มีรับประกันเปลี่ยนคืน ยกเว้น กรณี ชำรุดค่ะ(บริษัท ขอสงวนสิทธฺ์ในการเปลี่ยนสินค้าที่ชำรุดในแต่ละกรณี โดยไม่แจ้วล่วงหน้า)
ถาม :
ถ้าสั่งซื้อเยอะมีส่วนลดอีกมั้ย
ตอบ :
มีค่ะ อันนี้รบกวนลูกค้าโทรมาสอบถามได้ค่ะ
ถาม :
ใช้เวลาแพ็กสินค้านานแค่ไหน
ตอบ :
ระยะเวลาในการแพ็กสินค้าจะแสดงไว้ที่หน้า website มุมขวาด้านบนเพื่อให้ลูกค้าประมาณการได้อย่างถูกต้องในการที่จะสั่งสินค้าในครั้งต่อไป แต่ลูกค้าอย่าลืมบวกเวลาในการจัดส่งเพิ่มอีกประมาณ1-2 วันนะคะ (ตัวเลขอาจเปลี่ยนแปลงได้แล้วแต่บริษัทขนส่งเอกชนแต่ละที่ค่ะ)
ถาม :
ทำไมต้องมีมัดจำ 10 % หรือ ขั้นต่ำ 2000 บาทด้วย จ่ายครั้งเดียวตอนแพ็กงานเสร้จแล้วไม่ได้เหรอ
ตอบ :
ต้องขอโทษลูกค้าด้วยนะคะที่ทำให้ไม่สะดวกในการสั่งสินค้า แต่มันจำเป็นค่ะเนื่องจากถ้าเราไม่ให้มัดจำ จะมีลูกค้าบางท่านที่สั่งสินค้าแล้ว พอเราจัดสินค้าเสร็จก็ไม่เอา อาจเนื่องมาจากรอคิวนาน หรือปัญหาอื่นๆขอลูกค้าเอง ทำให้กระทบกับลูกค้าท่านอื่นที่รอคิวถัดไปแทนที่จะได้คิวจัดก่อนก็ต้องรอ เสียเวลาด้วยค่ะ และปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่ใช้ระบบ โอนเงินทาง app
ไม่ต้องไปที่เค้าเตอร์ธนาคารแล้วค่ะ เราจึงคิดว่าน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดค่ะสำหรับทุกคน
ถาม :
จะหาสินค้าใน website ง่ายๆยังไงคะ
ตอบ :
ใช้ช่องค้นหาสินค้าใน website ได้เลยค่ะ พิมพ์ชื่อสินค้าที่ต้องการเดี๋ยวก็ขึ้นมาให้เลือกเยอะแยะ แต่ถ้าค้นหาแล้วไม่เจอสินค้าก็แสดงว่า ณ ตอนนั้นสินค้าหมดค่ะ เราจะตัดรายการสินค้าหมดออกจาก website ทุกวันค่ะเพื่อให้สินค้า update อยุ่เสมอ

การจัดส่งสินค้า

ถาม :
จัดส่งสินค้าแบบไหน
ตอบ :
แบ่งเป็น 2 แบบค่ะ
แบบที่1 ใช้รถของเราไปส่งให้ลูกค้าเองถึงที่ร้านโดยไม่เสียค่าจัดส่งเพิ่ม โดยที่เราจะคำนวนจากยอดสั่งซื้อและระยะทางที่วิ่ง
ว่าสามารถไปส่งได้หรือไม่กรณีนี้ให้ลูกค้าสอบถามที่หน้าร้านได้เลยค่ะ
แบบที่ 2 ส่งกับขนส่งเอกชน (เป็นบริษัทที่รับจ้างขนส่งสินค้าไปทั่วประเทศ)ส่วนใหญ่จะส่งถึงหน้าร้านเลย ยกเว้นบางพื้นที่ที่ทางบริษัทรับจ้างขนส่งเข้าไปไม่ถึงจริงๆ ให้ลูกค้าโทรสอบถามก่อนนะคะ โดยมีราคาค่าจัดส่งคิดเป็นราคาต่อลัง ประมาณ
ลังละ 30 , 40 , 50 ,60 , 70, 80 ซึ่งขึ้นอยู่กับระยะทางในการขนส่งค่ะ โดยเฉลี่ยๆ ต้นทุนค่าขนส่งจะอยุ่ประมาณชิ้น
ละ 20-40 สตางค์เท่านั้น บางทีอาจจะถูกกว่าการซื้อสินค้าแถวบ้านก็ได้ค่ะ
ถาม :
ถ้าส่งโดยขนส่งเอกชนใช้เวลานานแค่ไหน
ตอบ :
โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 1-2 วันยกเว้นแต่ร้านลูกค้าอยู่ใกลและอยู่นอกเส้นทางวิ่งปกติอาจจะนานกว่านั้นหรือเหตุผลเฉพาะของขนส่งเอกชนแต่ละที่ แต่สามารถสอบถามได้กับบริษัทขนส่งโดยตรงเลยซึ่งเราจะให้เบอร์โทรกับลูกค้าเพื่อสามารถติดต่อกันได้

ผู้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจ

ถาม :
จะเริ่มต้นทำธุรกิจยังไงดี
ตอบ :
ลูกค้าต้องหาทำเลให้ได้ก่อนเลย โดยทำเลที่ดีนั้นจะทำให้เราประสบความสำเร็จไปได้แล้วเกิน 50 % ส่วนที่ 2 คือตัวสินค้า การเลือกสรรแต่สินค้าที่ดีจะทำให้ร้านเรามีเสน่ห์ มีหลายท่านที่เลือกสินค้าเน้นราคาถูกข้อดี คือ จะทำให้เรามีกำไรมากแต่ ข้อเสีย คือ การแข่งขันในระยะยาวจะทำให้สู้กับคู่แข่งได้ยากจนวันนึงก็ต้องปิดตัวลงไป ส่วนที่ 3 คือ การบริการในร้าน ไม่ว่าจะเป็นการเรียงสินค้าให้สวยงาม เติมสินค้าให้เต็มร้านอยู่เสมอไม่ปล่อยให้ของขาด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการถามลูกค้าของเราว่าเค้ายังต้องการอะไรเพิ่มอีกหรือไม่ซึ่งเราก็ต้องพิจารณาเสียงสะท้อนเหล่านั้นเพื่อนำมาปรับปรุงร้านเราค่ะ
ถาม :
ต้นทุนต่อชิ้นเท่าไหร่คะ
ตอบ :
ส่วนใหญ่ 15 บาท ค่ะ จะมีบางรายการที่ต่ำกว่านี้และบางรายการก็สูงกว่านี้ ราคาส่งดูได้จาก website ของเราได้เลย ส่วนใหญ่ระบุราคาเป็นโหล บางรายการก็เป็นลังค่ะ ถ้าจะคิดกำไรเฉลี่ยก็น่าจะประมาณ 23% ค่ะ
ถาม :
ทำเลที่ดีเป็นยังไงคะ
ตอบ :
กลุ่มลูกค้าหลักของร้านทุกอย่าง20คือ คนที่ทำงานมีรายได้ทั่วไป ทั้งจากภาคเกษตร ภาคธุรกิจ หรืออุตสาหกรรม ดังนั้นกลุ่มลูกค้าจะกว้างมากๆ ทำเลที่ดีจึงต้องอยู่ในแหล่งชุมชนหรือที่ที่มีคนอยู่ค่อนข้างเยอะ สามารถเดินทางมาร้านเราได้โดยง่าย ไม่ว่าจะเดินผ่านหน้าร้าน ขับรถมอเตอร์ไซด์ หรือแม้กระทั่งรถยนต์ ดังนั้นที่จอดรถหน้าร้านก็ต้องมีแต่ก็ไม่ต้องมาก หรือจะพิจารณาง่ายๆโดยดูจาก รอบข้างร้านเรา ว่ามีร้านสะดวกซื้อ ตลาด หรือท่ารถ ตั้งอยู่ใกล้หรือไม่ ถ้ามีก็ถือว่าทำเลดีค่ะ อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ คู่แข่งเรามีหรือไม่มี แล้วถ้ามีเค้าอยู่ในทำเลที่ดีกว่าเราหรือไม่ ทั้งหมดนี้ล้วนต้องพิจารณา
ถาม :
ควรจะลงทุนเท่าไหร่ดี
ตอบ :
ต้องพิจารณาหลายส่วนประกอบกันค่ะ
1. ต้องดูค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนว่ามีอะไรบ้าง เพราะว่าสินค้าประเภทนี้ลงทุนเยอะก็จะขายได้เยอะ ถ้าลงทุนน้อยก็จะขายได้น้อยบางครั้งอาจขายไม่ได้เลยเพราะลงทุนน้อยเกินไป เช่นถ้าค่าเช่าเราแพงแต่ได้พื้นที่ขายน้อยอันนี้ก็อาจไม่คุ้มที่จะขายค่ะ แต่ถ้าเราไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรเลยคือขายที่บ้าน ให้ญาติพี่น้องที่อยู่บ้านเฉยๆช่วยขาย แบบนี้ลงทุนน้อยๆก็ไม่เป็นไรค่ะ ขายได้เท่าไหร่ก็เป็นรายได้เราทั้งหมด เป็นต้น
2. มีคู่แข่งเราอยู่ใกล้ๆหรือไม่ ถ้ามีแล้วเราไปเปิดแข่งเราก็ต้องลงทุนให้มากกว่าคู่แข่ง อธิบายง่ายก็คือเปิดให้ใหญ่กว่านั่นเอง
3. เราต้องการมีรายได้ต่อเดือนหลังหักค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ต้องระบุ ตัวเลขในใจให้ชัดๆ ถ้าต้องการรายได้เยอะก็ต้องลงทุนเยอะเป็นต้น
ถาม :
ร้านที่ขายดีเป็นยังไง
ตอบ :
ต้องมีองค์ประกอบดังนี้
1. ทำเลต้องดี (ดีจริงๆ) 2. สินค้าในร้าน ต้องมีเยอะ มีหลากหลายให้ลูกค้าเลือก ต้องสวยและคุณภาพดี 3. จัดเรียงสินค้าให้เป็นระเบียบเลือกซื้อง่าย 4. ขยันเอาสินค้าไปเติม 5.บริการดี อัธยาศัยดี ลูกค้าก็จะชอบ
ถาม :
ชื่อร้าน หรือ แบรนด์ มีผลต่อยอดขายหรือไม่
ตอบ :
ไม่มีผลเลยค่ะ สิ่งสำคัญที่สุดคือทำเล อันดับสองคือตัวสินค้า ไม่ว่าเราจะใช้ชื่อร้านอะไร ถ้าทั้งสองอย่างที่กล่าวมาดีก็จะขายดีค่ะ ยกตัวอย่างลูกค้าที่ซื้อสินค้าจากร้านเราไปขายต่อ มีทั้งจัดร้านเอง ตั้งชื่อร้านเอง และก็ใชแบรนด์แฟรนไชส์อื่นๆ ปรากฏว่าร้านที่ขายดีๆส่วนใหญ่จะเป็นร้านที่ตั้งชื่อร้านเอง ทำร้านเอง แต่อยู่ในทำเลดีและมีความใส่ใจต่อสินค้าที่เอาไปขาย แค่นี้เองค่ะ
ถาม :
มีข้อกฎหมายที่เกียวข้องอะไรบ้าง
ตอบ :
มีหลายท่านกังวลเกี่ยวกับข้อกฎหมายบางอย่างที่อาจจะเกี่ยวข้องซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องของวิจารณญานในการบังคับใช้ และดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ดังนั้นทางที่ดีท่านควรศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนด้วยตัวท่านเองเพื่อที่จะอธิบายให้เจ้าหน้าที่ เข้าใจด้วยนะคะ โดยส่วนใหญ่ก็จะมี กฎหมาย มอก. กฎหมาย ว่าด้วยเรื่องฉลากสินค้า กฎหมายเกี่ยวกับ ลิขสิทธิ์

เกี่ยวกับสินค้า มอก.

ถาม :
อยากทราบว่าสินค้าประเภทใดบ้างที่ต้องมีเครื่องหมาย มอก.
ตอบ :
คุณลูกค้าสามารถดูรายการสินค้าที่ต้องมีเครื่องหมาย มอก. ได้ตามลิงค์นี้เลยครับ https://www.tisi.go.th/website/standardlist/comp_thaiสรุป สินค้าที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเราก็มีประมาณ 11 รายการครับ รายการอื่นๆไม่ได้อยู่ในกฏหมายควบคุมครับ 9 รายการมีอะไรบ้าง
1. ของเล่น
2. ไฟแช็ค
3. ผงซักฟอก
4. จุกนมเด็ก
5. แอลกอฮอล์ก้อน
6. สีเทียน
7. ปลั๊กพ่วง
8. ไม้ขีดไฟ
9.ฟิล์มยืดห่ออาหาร
10.ฝักบัวอาบน้ำ
11.จานชาม เมลามีน
ส่วนที่เหลือก็อาจจะเป็นเรื่องของการตีความข้อกฏหมาย สอบถามเพิ่มเติมโทรมาคุยกับเราได้เลยครับ

ถาม :
กฏหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆมีอะไรอีกบ้าง
ตอบ :
มีกฏหมายที่เกี่ยวข้องอยู่ อีก ประมาณ 3 เรื่องดังนี้ครับ
1. กฏหมายเกี่ยวกับ สินค้าควบคุมฉลาก ลูกค้าสามารถเข้าไปดูรายละเอียดของกฏหมายได้ในหัวข้อ สินค้าควบคุมฉลาก เดี๋ยวนี้หาข้อมูลเองง่ายๆด้วยการเข้า google แล้ว ค้นหา สินค้าควบคุมฉลาก ก็จะมีรายละเอียดให้อ่านเยอะมากเลย แต่ผมจะสรุปให้คร่าวๆ ครับ ก็คือสินค้าที่เราขายในร้าน ถ้าเป็นสินค้านำเข้า จะต้องมีฉลากภาษาไทย ระบุ ชื่อสินค้า วิธีการใช้ ผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า แหล่งที่ผลิต หรืออาจมีข้อกำหนดเฉพาะสำหรับสินค้าบางชนิด ส่วนสินค้าที่ผลิตภายในประเทศก็ต้องควบคุมด้วยถ้าสินค้าตัวนั้นๆผลิตในโรงงาน(เข้าข่าย พรบ โรงงาน)
2. กฏหมายเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ ลูกค้าก็ให้สังเกตุง่ายๆว่ามีการใช้ชื่อสินค้าลอกเลียนแบบเจ้าของสินค้าตัวจริงหรือไม่ หรือมีการนำโลโก้หรือสัญลักษณ์ของเจ้าของที่จดทะเบียนลิขสิทธ์เอาไว้ มาใส่ในสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาติจากเจ้าของลิขสิทธิ์ เช่น
โดเรม่อน คิตตี้ หรือตัวการ์ตูนอื่นๆ โดยสินค้าที่มีลิขสิทธ์ถูกต้องจะมีระบุเจ้าของลิขสิทธ์ไว้ที่ตัวสินค้าครับ
3. กฏหมายเกี่ยวกับภาษีนำเข้า เนื่องจากสินค้าที่เราขายประมาณ 60-70 % นำเข้ามาจากประเทศจีน ดังนั้นสินค้าที่นำเข้าก็ต้องผ่านกระบวนการเสียภาษีที่ถูกต้องจากผู้นำเข้า ส่วนเราเป็นผู้ขายไม่ได้เป็นผู้นำเข้า ดังนั้นเราก็ต้องเตรียมเอกสารหรือหลักฐานว่าสินค้าที่เราขายนั้นซื้อมาจากที่ไหน เสียภาษีถูกต้องมั้ย ซึ่งกฏหมายเรื่องภาษีนำเข้านั้นได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐ(ที่มีอำนาจถูกต้อง)เข้าตรวจค้นและจับกุมได้โดยที่เราต้องนำหลักฐานไปแสดงต่อศาลเองก็เป็นกฏหมายที่ผลักภาระการพิสูจน์ไปให้จำเลย
ถ้าต้องสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก็โทรมาคุยกันได้นะครับ จะได้ทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ——————————————หมายเหตุ เรื่องกฏหมายก็ส่วนนึง เรื่องของผู้บังคับใช้กฏหมายก็ส่วนนึง เรื่องของการตีความข้อกฏหมายก็ส่วนนึง เรื่องของการตัดสินว่าอะไรถูกอะไรผิดก็ส่วนนึง ซึ่งทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกันครับ เพราะ ทั้งสี่ส่วนที่ผมอธิบาย มาจากคนละหน่วยงานกันครับ ส่วนใหญ่เราจะเจอกับผู้บังคับใช้กฏหมายซึ่งอาจจะไม่เข้าใจในอีก3ส่วนเลยก็ได้นะครับ
ดังนั้น ถ้าเราไม่มั่นใจในสินค้าผมแนะนำว่าอย่าขายเลยจะดีที่สุดครับ